Earth Hour

Earth Hour 2015 Campaign

 

    60+ Earth Hour 2015 ทุบสถิติประหยัดไฟฟ้าได้สูงสุด 1,940 เมกะวัตต์

สำหรับผลการดำเนินการจัดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2015)” ในปี 2558 สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น        1,940 เมกะวัตต์ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 7,499,068 บาท และลดก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ได้ 1,127 ตัน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยใน  ปี 2557 สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 1,768 เมกะวัตต์ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 6.76 ล้านบาทและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 947   ตัน

1. ความเป็นมา ของ Earth Hour Campaign

Earth Hour Campaign หรือ โครงการปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

เริ่มรณรงค์ครั้งแรกในปี 2550 โดย WWF ประเทศออสเตรเลีย มีผู้เข้าร่วมกว่า 2.2 ล้านคนและผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย พร้อมใจกันปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนและภาวะอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 10.2% เทียบได้กับปริมาณรถยนต์บนท้องถนนที่จะลดลงถึง 48,000 คันต่อปี

ปีต่อมาได้มีขยายการรณรงค์ไปทั่วโลก โดยมีมหานครใหญ่  370 แห่งเข้าร่วมการรณรงค์ อาทิ ออสเตรเลีย (ซิดนีย์ เพิทธ์ เมลเบิร์น แคนเบอร่า บริสเบน อดาเลด ดาร์วิน โอบาร์ต) อเมริกา (ชิคาโก แอตแลนต้า ซานฟรานซิสโก ฟีนิกซ์) อาร์เจนตินา (บัวโนสไอเรส)  ไทย (กรุงเทพมหานคร ฟิลิปปินส์ (มนิลา) ฟิจิ (ซูวาเลาโตก้า) อิสราเอล (ดูไบ) เดนมาร์ก (โคเปนเฮเกน อาฮุส อัลเบิร์ก โอเดนส์)  นิวซีแลนด์ (ไครส์เชิร์ส)  เม็กซิโก (เม็กซิโกซิตี้) เวเนซูเอลา (คาราคัส) เป็นต้น

ความสำเร็จของกิจกรรมรณรงค์ได้ขยายไปทั่วโลก จาก 4,000 เมืองใหญ่ของ 140 ประเทศในปี 2554 ขยายไปสู่ 152 ประเทศทั่วโลกในปี 2555 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ง่ายและเหมาะสมกับทุกภาคส่วนในสังคมให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน

2. Earth Hour ในประเทศไทย และกิจกรรมต่อเนื่อง

ประเทศไทยเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน เมื่อปี 2551 และดำเนินงาน ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการร่วมกับองค์กรพันธมิตรอีกกว่า 100 องค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมหลายรูปแบบ อาทิ การเดินรณรงค์ตามถนนสายหลัก 4 สาย คือ สีลม เยาวราช ข้าวสารและสุขุมวิท นำโดยตัวแทนจากภาครัฐ, WWF Ambassadors, ศิลปินดารา พร้อมสื่อมวลชน กิจกรรมประกวดภาพถ่ายก่อนและหลังปิดไฟและการจัดเวทีสัมมนาโลกร้อน เป็นต้น

ในปี 2556 มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม เวลา 20.30 – 21.30 น. สามารถประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่าปี 2555 โดยลดได้ทั้งสิ้น 1,699 เมกะวัตต์ คิดเป็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์ได้ 1,073 ตัน ซึ่งสูงกว่าปี 2555 สามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 6,656,699 บาท

นอกจากกิจกรรมรณรงค์ปิดไฟให้โลกพักในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ทั่วโลกยังได้ทำกิจกรรมออนไลน์ต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคนได้แบ่งปันแนวคิดรักษ์โลกและบอกต่อไปยังทุกคนบนโลกที่ www.youtube.com/earthhour และอีกหลายยังจัดทำกิจกรรมออนไลน์ต่อเนื่องบน www.earthhour.org และอีกหลายเวปไซต์ อาทิ Facebook, Twitte, Flickr, YouTube, Twibbons,  และ MySpace เป็นต้น เพื่อแสดงถึงพลังของประชาชนจากทั่วทุกมุมโลกและทุกภาคส่วน ในการร่วมมือกันผลักดันแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมอันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและภาวะอากาศแปรปรวนอย่างจริงจังในระยะยาวต่อไป

สำหรับการต่อเนื่องในกิจกรรมภายใต้การดำเนินของประเทศไทยได้ดำเนินโครงการโรงเรียนใหญ่ รอยเท้าเล็ก เพื่อเน้นให้เกิดการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนใน 16 โรงเรียนเป้าหมาย รวมถึงในปี 2557 ทางกรุงเทพมหานครได้นำแนวคิดบางส่วนของโครงการโรงเรียนใหญ่ รอยเท้าเล็ก ไปขยายผลให้ครอบคลุมผู้ใช้พลังงานกลุ่มใหญ่ของกรุงเทพมหานคร และสานต่อโครงการโรงเรียนใหญ่ รอยเท้าเล็ก ซึ่งเป็นการขยายไปยังเครือข่ายอื่น โดยยังมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 30 โรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน และรวมกันเป็นเครือข่ายภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “กรุงเทพสู่เมืองคาร์บอนต่ำ” โดยมีมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยืนเป็นผู้ดำเนินการร่วมในการดำเนินการจัดงาน “โครงการปิดไฟหนึ่งชั่วโมง” กับ WWF และ “โรงเรียนใหญ่รอยเท้าเล็ก”

และเพื่อให้โครงการโรงเรียนใหญ่ รอยเท้าเล็ก ปีที่สาม ได้มีโอกาสขยายแนวคิดการลดรอยเท้าคาร์บอน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำไปยังกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดใกล้เคียงและขยายการสร้างเครือข่ายโรงเรียนคาร์บอนต่ำให้กว้างขวางขึ้น ดังนั้นทางมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยังยืน จึงได้คิดริเริมขยายโครงการไปยังโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ และปทุมธานี โดยมุ่งหวังจะถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวให้กับเยาวชน โดยมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ การลดปริมาณการก๊าซเรือนกระจกในสังคม (Carbon Minimization)

รวมถึงแนวคิดการรณรงค์ยังประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ โดยสามารถส่งแนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านกิจกรรมรณรงค์ทาง facebook/earthhourthai

 

3. โครงการ Earth Hour 2015

เป้าหมาย

รณรงค์ให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่และการมีส่วนร่วมช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน เพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคม

 

วัตถุประสงค์

1.  เพื่อให้ทุกคนเริ่มลงมือปฏิบัติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง

2.  เพื่อให้โครงการ Earth Hour เป็นจุดเริ่มต้น นำไปสู่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติและกิจกรรมต่อเนื่องที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน พัฒนาเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low carbon society) ในอนาคต

 

กลยุทธ์ในการดำเนินงาน (Use Your Power)

• Celebrate EarthHour เชิญชวนให้ทุกคนร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมงในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558 เวลา 20.30–21.30 ผ่านสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต่างๆ

• Back A Project สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ผ่านช่องทางออนไลน์ร่วมกับผู้คนทั่วโลกทาง www.earthhour.org

• Share Your voice ร่วมเปล่งเสียงให้เกิดพลังสร้างสรรค์พร้อมกับผู้คนทั่วโลกที่มากกว่าในหนึ่งชั่วโมงของการปิดไฟ ในบริบทที่ทุกคนทำได้ โดยสามารถเกิดเป็นโครงการเล็กๆ ในแต่ละประเทศหรือแต่ละกลุ่มที่จะสร้างกิจกรรมดีๆ ให้กับสังคมและแบ่งปันในสังคมออนไลน์ทั่วโลก

 

 การเดินรณรงค์และประชาสัมพันธ์ 

• กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ขององค์กรและภาคี Earth Hour 2015

Earth Hour ในปี พ.ศ.2558 นี้ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558 ระหว่างเวลา 20.30 -21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยท่านสามารถติดตามการจัดงานในประเทศต่าง ๆ ได้ที่ http://ehour.me/EHtracker หรือท่านสามารถร่วมสร้างกิจกรรม Earth Hour ของท่านเองได้  และสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.earthhour.org สำหรับเรื่องราว และบทความต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้พลังของมวลชนในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ปิดไฟ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม .. 2558 เวลา 20.30 – 21.30 . และเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน 

 

กลุ่มเป้าหมายในการรณรงค์ 

  1. หน่วยงานภาครัฐ
  2. ภาคธุรกิจ
  3. สถาบันการศึกษา
  4. ประชาชนทั่วไปในกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่เข้าร่วมกิจกรรม
  5. สื่อมวลชน

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ทุกคนเริ่มลงมือปฏิบัติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน
    อย่างต่อเนื่อง
  2. โครงการ Earth Hour เป็นจุดเริ่มต้น นำไปสู่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติและกิจกรรมต่อเนื่องที่เป็นรูปธรรม
    ในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน พัฒนาเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low carbon society) ในอนาคต