ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมศึกษา(Environmental Education : EE)

ความหลากหลายทางชีวภาพช่วยรักษาระบบนิเวศโลกให้มีเสถียรภาพและเป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ดังนั้นหากความหลากหลาย ทางชีวภาพลดลงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

กว่า 40 ปีที่ผ่านมา “สิ่งแวดล้อมศึกษา” เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าและรักษาความหลากหลาย ทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมระดับโลกหลายเวทีได้พัฒนาสิ่งแวดล้อมศึกษาจนเกิดกรอบแนวคิดและหลักการปฏิบัติสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กฏบัตรเบลเกรด (Belgrade Charter)เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2518 กล่าวถึงจุดมุ่งหมายและแนวทางปฏิบัติของสิ่งแวดล้อมศึกษาและถือเป็นหลักการในการดำเนินงาน “กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา” ต่อมาในปี พ.ศ.2520 จากการประชุมผู้แทนทั่วโลกกว่า 60 ประเทศที่เมืองทบิลิซี สหภาพโซเวียตได้ให้คำจำกัดความ“ สิ่งแวดล้อมศึกษา คือ กระบวนการที่มุ่งสร้างให้ประชากรโลก มีความสำนึกและห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และมีความรู้ ทัศนคติ ความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นที่จะหาทางแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่และป้องกันปัญหาใหม่ ทั้งด้วยตนเองและด้วยความร่วมมือกับผู้อื่น”

สำหรับประเทศไทยสิ่งแวดล้อมศึกษานับเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้คนได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2540 – 2559 มีความมุ่งหมายที่จะให้มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อันจะส่งผลให้การพัฒนาประเทศเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีนโยบายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกและจิตวิญญาณด้านการอนุรักษ์ให้แก่ผู้บริหารในหน่วยงานภาครัฐ นักการเมืองทุกระดับ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดการประสานแนวคิดทางด้านการพัฒนาและการอนุรักษ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นโยบายด้านการศึกษาและประชาสัมพันธ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่จะสามารถเสริมสร้างสมรรถนะของชุมชนในทุกระดับให้มีความเข้มแข็งและเกิดความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาอย่างยั่งยืนและกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา

 “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” คือการพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาด ไม่ทำลายฐานการผลิต ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติสามารถสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งกล่าวได้ว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับ การอนุรักษ์

สำหรับกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา คือ การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน โดยรูปแบบและวิธีการจัดกิจกรรมสามารถจำแนกได้ 3 รูปแบบ

  1. การเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อม (to Learn in Environment) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในสิ่งแวดล้อม
  2. การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (to Learn about Environment) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เนื้อหาสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
  3. การเรียนรู้เพื่อสิ่งแวดล้อม (to Learn for Environment) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติและการมีส่วนร่วมในการปกป้องและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

“กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Process)” มีความหมายใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 5 ประการ ได้แก่

  1. การรับรู้ปัญหา(Awareness)กระบวนการที่ช่วยให้รับรู้ปัญหาและพิจารณา วิเคราะห์อย่างรอบด้านในการเกิดปัญหา และผลกระทบแนวกว้างและแนวดิ่ง
  2. ความรู้(Knowledge) กระบวนการช่วยให้ได้เรียนรู้และเข้าใจพื้นฐานของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและแนวทางแก้ไข
  3. ทัศนคติ (Attitud